บรรณารักษศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ

By NiSit (Student) of Library and Information Science Thaksin University No.1

ลาและช้างในอเมริกา 4 พฤศจิกายน, 2008

สัญลักษณ์พรรคริพับลิกันขึ้นหัวข้อมาอย่างนี้คงจะงงกันแน่ๆ ว่าในอเมริกามีช้างด้วยหรอ (ยกเว้นในสวนสัตว์) แต่เรื่องที่จะพูดถึงนี้คือช้างและลาที่เป็นสัญลักษณ์ของพรรคเดโมแครตและพรรคริพับลิกัน ทว่าสัญลักษณ์นี้ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับพรรค แต่มีเรื่องเล่าอยู่ว่าโธมัส แนสต์ นักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองวาดภาพลาและช้างไว้เป็นปกให้กับนิตยสารวิเคราะห์การเมืองรายสัปดาห์ชื่อ ฮาร์เปอร์เมื่อปี 2417 ปีเลือกตั้งปีนั้นพรรครีพับลิกันมาแรง แนสต์เลยวาดการ์ตูนเป็นรูปช้างกำลังบุกทะลวงเก็บเกี่ยวคะแนนเสียงได้เป็นกอบเป็นกำ พรรครีพับลิกันจึงเลือกเอาการ์ตูนของนาสต์มาเป็นสัญลักษณ์ประจำพรรคนับแต่นั้นมา (สำนักข่าวไทย) ส่านลาแนสต์วาดเพื่อเสียดสีพรรคเดโมแครตที่แพ้แล้วไม่ยอมรับว่าแพ้ ออกมากล่าวหารีพับลิกันต่างๆ นานา เขาจึงใช้ภาพลากำลังเตะสิงโตที่ตายแล้ว เพื่อแสดงให้เห็นถึงความดื้อแพ่งและโง่เง่า แต่ทว่าในตอนนั้นพรรคเดโมแครตได้เลือกนายพลคนเก่งชื่อ Andrew Jackson มาเป็นตัวแทนพรรค ท่านแอนดรูว์เชื่อในเรื่อง “Let the people rule.” คือให้ความสำคัญกับประชาชน ประชาชนคือ “ผู้นำ” ตัวจริงของประเทศ ไม่ใช่ให้คนใหญ่คนโตมาชี้นิ้วสั่ง และทำตามใจตัวเอง เหมือนประชาชนเป็นเพียงข้ารับใช้ ฝ่ายตรงข้ามกับท่านแอนดรูว์ กลับเห็นว่ามุมมอง…ประชาชนคือผู้นำนั้น เป็นความคิดที่โง่เง่า เลยเปลี่ยนนามสกุลท่านแอนดรูว์ จาก Jackson เป็น Jackass (แปลว่า ลาตัวผู้) ซะเลย ตัวท่านแอนดรูว์แทนที่จะโกรธกลับเห็นเป็นเรื่องขำ แล้วให้เขียนรูปลาใส่ไว้ในโปสเตอร์หาเสียงของพรรคเดโมแครตซะเลย โดยมีแนวคิดที่ว่าหากเห็นความสำคัญของประชาชน ยกย่องประชาชน แล้วเป็นคนโง่ ก็ยอมโง่ ยอมเป็นลา จะได้ทำงานหนักรับใช้ประชาชนเสียรู้แล้วรู้รอด ใครๆ เลยพลอยหัวเราะ และชอบวิธีหาเสียงของท่านแอนดรูว์ “แจ๊คแอส” แจ๊คสัน บางทีเหตุนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ท่านได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่เจ็ดของสหรัฐในปี ค.ศ.1828 (เข้ารับตำแหน่งจริงๆ ในปี ค.ศ.1829) สัญลักษณ์ “ลา” จึงคล้ายๆ เครื่องหมายโชคดีของพรรคเดโมแครต (ศุภาศิริ สุพรรณเภสัช :มติชนรายวัน )

 

สงครามห้องสมุด (Library War) 31 ตุลาคม, 2008

วันนี้นึกตรึ้มอยากดูการ์ตูน แต่พอหาไปหามาก็ไปเจอเรื้องนี้เค้า สงครา มห้องสมุด (Library War) พอสรุปได้ว่าเนื้อเรื่องเกิดขึ้นในปีเซย์กะที่ 31  เนื่องจากรัฐบาลต้องการกวาดล้าง เซ็นเซอร์สื่อแบบไม่เลือกหน้า ทำให้มีประชาชนบางส่วนรู้สึกอีดอัดที่ถูกแย่งชิงเสรีภาพไป ห้องสมุดจึงได้จัดตั้งกองกำลังห้องสมุด (คล้ายซุปเปอร์ฮีโร่ 5 สี) มาต่อสู้กับกองกำลังของรัฐบาล ใครมีความสามารถฟังภาษาญี่ปุ่นออกก็เชิญเลยครับ แต่ถ้าใครฟังไม่ออก (เหมือนผม) ก็ดูได้ (ถ้าอยากดู) อิอิ

แหล่งข้อมูลอื่น http://darkneon.exteen.com/20081023/entry , http://projectlib.wordpress.com/2008/07/03/library-war-toshokan-sensou/ . http://en.wikipedia.org/wiki/Toshokan_Sens%C5%8D , http://www.animenewsnetwork.com/news/2008-04-03/library-war-promo-movie-commercial-posted-online

 

 

กาโซป้า (GAZOPA) 13 ตุลาคม, 2008

วันนี้มี Search Engine ตัวใหม่มาแนะนำครับ มันคือ กาโซป้า หรือ GAZOPA http://www.gazopa.com/ โดยจุดเด่นของมันก็คือ เป็น Search Engine ที่ค้นหาสิ่งที่ต้องการบนอินเทอร์เน็ต ด้วยภาพและวิดีโอ สนใจลองเข้าไปเล่นดูเลยครับที่ http://www.gazopa.com/

 

Young Librarian : สร้างบรรณารักษ์รุ่นเยาว์ในโรงเรียน 1 ตุลาคม, 2008

บังเอิญไปเจอคลิปวีดีโอ ที่ดูแล้วรู้สึกดี เนื้อเรื่องเป็นการออกค่ายของ นักศึกษาบรรณารักษ์ ม.ธุรกิจบัณฑิต ในโรงเรียนชนบท  ถ้าเจ้าของเรื่องเข้ามาพบ ผมขออนุญาตเผยแพร่หน่อยนะครับ  และขอเป็นกำลังใจในการทำความดีต่อไป

 

ดิจิตอล แมกกาซีน 8 กุมภาพันธ์, 2008

           คู่แข่งของห้องสมุดมาอีกแล้วครับ กับบริการ ดิจิตอล แมกกาซีน ของบริษัทแห่งหนึ่ง หรือผมอาจจะคิดไปเอง ที่จริงน่าจะเป็นทางเลือกในการบริการของห้องสมุดมากกว่า กลับมาที่ ดิจิตอล แมกกาซีน ที่ว่านี้ก่อนครับ ดิจิตอล แมกกาซีน นี้มี 2 ชื่อจากบริษัทเดียวกัน ชื่อแรก คือ

  1. Display Egazine ดิจิตอล แมกกาซีน ที่รวบรวมเนื้อหาครอบคลุมทางด้านงานศิลปะ ออกแบบ และงานดีไซน์ ร่วมสมัย ทั้งงานออกแบบสิ่งพิมพ์ กราฟฟิกดีไซน์ครีเอทีฟงานโฆษณา ภาพถ่าย มัลติมีเดีย นิวมีเดีย ภาพประกอบ แฟชั่นดีไซน์ ออกทุกวันที่ 1 ของทุกๆเดือน ออกมาแล้ว 10 ฉบับ
  2. Street Egazine ดิจิตอล แมกกาซีน ที่รวบรวมเนื้อหาครอบคลุมเรื่องราวที่เกาะติดเทรนด์ และรูปแบบของการใช้ชีวิตของวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน ออกทุกวันที่ 15 เดือนของทุกๆเดือน ออกมาแล้ว ฉบับที่ 0 – 4

จากรูปแบบที่สวยงาม น่าใช้ กราฟิกดี ใช้งานง่าย จากการ DownLoad มาไว้ในเครื่อง โดยที่ใช้เวลาไม่นานมากนักต่อเล่ม แต่ที่สำคัญคือ ฟรี FREE FREE ครับพี่น้อง อิอิถูกใจมาก

สนใจเข้าไปดูได้ครับที่ http://www.thaiegazine.com/new/index.php

หรือเพื่อนๆ มีเล่มอื่นที่หน้าสนใจช่วยเอามาแชย์กันหน่อยนะครับ

 

 

 

ห้องสมุดแห่งซีแอ๊ทเทิล 7 กุมภาพันธ์, 2008

Seattle Public Library

          เพิ่งดูรายการ Beyond tomorrow มาหมาดๆ เค้าพูดถึง”ห้องสมุดแห่งซีแอ๊ทเทิลหรือ”Seattle Public Libraryนั้นแหละ ที่จริงเคยรู้ข่าวคราวของห้องสมุดนี้มาบ้างแล้วว่าเป็นห้องสมุดที่นำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น RFID ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ มาใช้เป็นที่แรกๆ แต่ที่เด่นคือ ระบบอาคารอัจฉริยะที่มีลักษณะคล้ายลานจอดรถ บนห้างซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องเดินขึ้นลงแต่ละชั้นของห้อง แต่จะเดินวนขึ้นไปเรื่อยๆ และระบบคืนหนังสือที่มีความสะดวกยิ่งขึ้น (อาจนึกภาพไม่ออกดูรูปประกอบแล้วกันนะครับ) แต่ที่นึกอยากเขียนเรื่องนี้เพราะรู้สึกดีใจที่มีคนเห็นความสำคัญของห้องสมุดมากขึ้น เห็นด้วยหรือป่าวครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม : ดร.พร วิรุฬห์รักษ์ (๑)ดร.พร วิรุฬห์รักษ์ (๒)Seattle Public Library


Image courtesy OMA


Image courtesy OMA
 

image
Photo: arcspace

image
Photo: arcspace

image
Photo: arcspace

ภาพจาก : http://www.arcspace.com/architects/koolhaas/Seattle/

escalator

elevator sign


ภาพจาก : http://blogs.walkerart.org/offcenter/2005/08/23/seattle-public-library/

 

Seattle Public Library Robotic RFID Book Sorting System

 

Seattle Public Library


 

 

 

ถ้าคุณแน่อย่าแพ้ป.4 6 กุมภาพันธ์, 2008

เมื่อวานดูรายการ”ถ้าคุณแน่อย่าแพ้ป.4″เจอคำถามที่เกี่ยวกับกระบวนการเทคโนโลยี ทึ่งครับเด็กป.4 เรียนกันอย่างนี้แล้วหรอ แต่ผมว่าก็ดีนะครับ

ภาพจาก : http://www.ipst.ac.th/techno_proj/HTML/7process.htm

 

ห้องสมุดแห่งอเล็กซานเดียร 4 กุมภาพันธ์, 2008

พวกเราคงรู้จัก“ห้องสมุดแห่งอเล็กซานเดียร” กันดีนะครับแต่เคยรู้ประวัติจริงๆ หรือเปล่า ลองมาอ่านไปพร้อมกับดูวีดีโอนะ ได้รสชาติดีจริงๆ เลย

The New  Alexandria  Library

(ภาพจาก : http://www.travelinstyle.com/egypt/ShoreExcur-EgyptAlexandria.htm)

ห้องสมุด Alexandria ในอดีตนั้น ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ราชวงศ์ Ptolemy เมื่อราว 300 ปีก่อนคริสตกาล การมีหนังสือ วรรณกรรมและสิ่งขีดเขียนอย่างสมบูรณ์ได้ทำให้ Alexandria เป็นห้องสมุดที่ดีที่สุดในโลกในยุคนั้นและเป็นศูนย์วิทยาการ ที่นักปราชญ์ทุกคนจะต้องไปเยือน ประวัติศาสตร์ได้จารึกว่า Euclid ได้เคยสอนวิชาเรขาคณิตที่ห้องสมุดนี้ และ Erotosthenes ผู้พิสูจน์ว่าโลกกลมเป็นคนแรกก็เคยทำงานเป็นบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดนี้

แต่เมื่อ Julius Caesar ยกทัพยึดเมือง Alexandria ได้ เมื่อ 48 ปีก่อนคริสตกาล Caesar ได้เผาบางส่วนของห้องสมุดไป และเมื่อกองทัพอาหรับบุกยึดครองอียิปต์ได้ในปี ค.ศ. 640 ห้องสมุด Alexandria ก็ได้ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์

นักประวัติศาสตร์ชื่อ Mustafa al-Abbadi เป็นบุคคลแรกที่คิดฟื้นคืนชีพห้องสมุด Alexandria ขึ้นมาอีก เมื่อประมาณ 25 ปีมาแล้ว ภายใต้อุปสรรคมากมาย แต่เมื่อรัฐบาลอียิปต์สนับสนุนด้วยเงิน 8,000 ล้านบาท รัฐบาลอิรักให้ 800 ล้านบาท รัฐบาลฝรั่งเศสให้ 300 ล้านบาท และองค์การ Unesco ก็เห็นด้วยในการให้ผู้เชี่ยวชาญ การจัดสร้างห้องสมุด Alexandria ให้ยิ่งใหญ่เหมือนในสมัยก่อน ก็เริ่มเป็นจริง

Bibliotheca Alexandria มูลค่า 10,000 ล้านบาท มีกำหนดจะเปิดให้บริการในปลายปี พ.ศ. 2543 ตัวอาคารเป็นตึก 10 ชั้น และมีพื้นที่ 69,000 ตารางเมตร ณ วันนี้ห้องสมุดมีหนังสือแล้ว 400,000 เล่ม มีไมโครฟิล์ม เทป ซีดี วิดีทัศน์อย่างสมบูรณ์ ห้องสมุดสามารถจุหนังสือได้ 8 ล้านเล่มและรัฐบาลอียิปต์คิดหวังจะให้ห้องสมุดนี้เป็นศูนย์กลางการเรียน การวิจัยอารยธรรมของอียิปต์ กรีซ และประเทศต่างๆ ในเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

ในห้องสมุดยังมีห้องแสดงนิทรรศการ ห้องบรรยาย ห้องสมุดเล็กและมีระบบป้องกันอัคคีภัยที่ทันสมัย (ซึ่งก็คงจะดีกว่าระบบป้องกัน ไฟเมื่อ 2,000 ปีก่อนนี้มาก) แต่ถึงแม้ห้องสมุดจะดูยิ่งใหญ่ แต่ปัญหาที่จะเกิดตามมาก็ยิ่งใหญ่พอๆ กัน เพราะผู้เชี่ยวชาญคิดว่า งบประมาณการดำเนินการของห้องสมุดแห่งนี้ จะสูงถึง 1,200 ล้านบาท/ปี และอียิปต์นั้นเป็นประเทศที่ไม่ร่ำรวย นอกจากปัญหาเงินแล้ว ประเพณีที่โบราณของอียิปต์อาจจะทำให้การมีหนังสือประจำห้องสมุดเป็นไปอย่างไม่สมบูรณ์ก็ได้ เพราะหนังสือที่เขียนโจมตีศาสนา อิสลามหรือหนังสือที่เขียนเกี่ยวข้องด้านเพศอย่างโจ่งแจ้ง ก็จะไม่ถูกสั่งเข้ามาใช้ในห้องสมุด เป็นต้น

อ้างอิงจาก : http://www.ipst.ac.th/ThaiVersion/publications/in_sci/alexandria.html

 

Carl Sagan introduces the library of Alexandria