![]()
ขึ้นหัวข้อมาอย่างนี้คงจะงงกันแน่ๆ ว่าในอเมริกามีช้างด้วยหรอ (ยกเว้นในสวนสัตว์) แต่เรื่องที่จะพูดถึงนี้คือช้างและลาที่เป็นสัญลักษณ์ของพรรคเดโมแครตและพรรคริพับลิกัน ทว่าสัญลักษณ์นี้ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับพรรค แต่มีเรื่องเล่าอยู่ว่าโธมัส แนสต์ นักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองวาดภาพลาและช้างไว้เป็นปกให้กับนิตยสารวิเคราะห์การเมืองรายสัปดาห์ชื่อ ฮาร์เปอร์เมื่อปี 2417 ปีเลือกตั้งปีนั้นพรรครีพับลิกันมาแรง แนสต์เลยวาดการ์ตูนเป็นรูปช้างกำลังบุกทะลวงเก็บเกี่ยวคะแนนเสียงได้เป็นกอบเป็นกำ พรรครีพับลิกันจึงเลือกเอาการ์ตูนของนาสต์มาเป็นสัญลักษณ์ประจำพรรคนับแต่นั้นมา (สำนักข่าวไทย) ส่านลาแนสต์วาดเพื่อเสียดสีพรรคเดโมแครตที่แพ้แล้วไม่ยอมรับว่าแพ้ ออกมากล่าวหารีพับลิกันต่างๆ นานา เขาจึงใช้ภาพลากำลังเตะสิงโตที่ตายแล้ว เพื่อแสดงให้เห็นถึงความดื้อแพ่งและโง่เง่า แต่ทว่าในตอนนั้นพรรคเดโมแครตได้เลือกนายพลคนเก่งชื่อ Andrew Jackson มาเป็นตัวแทนพรรค ท่านแอนดรูว์เชื่อในเรื่อง “Let the people rule.” คือให้ความสำคัญกับประชาชน ประชาชนคือ “ผู้นำ” ตัวจริงของประเทศ ไม่ใช่ให้คนใหญ่คนโตมาชี้นิ้วสั่ง และทำตามใจตัวเอง เหมือนประชาชนเป็นเพียงข้ารับใช้ ฝ่ายตรงข้ามกับท่านแอนดรูว์ กลับเห็นว่ามุมมอง…ประชาชนคือผู้นำนั้น เป็นความคิดที่โง่เง่า เลยเปลี่ยนนามสกุลท่านแอนดรูว์ จาก Jackson เป็น Jackass (แปลว่า ลาตัวผู้) ซะเลย ตัวท่านแอนดรูว์แทนที่จะโกรธกลับเห็นเป็นเรื่องขำ แล้วให้เขียนรูปลาใส่ไว้ในโปสเตอร์หาเสียงของพรรคเดโมแครตซะเลย โดยมีแนวคิดที่ว่าหากเห็นความสำคัญของประชาชน ยกย่องประชาชน แล้วเป็นคนโง่ ก็ยอมโง่ ยอมเป็นลา จะได้ทำงานหนักรับใช้ประชาชนเสียรู้แล้วรู้รอด ใครๆ เลยพลอยหัวเราะ และชอบวิธีหาเสียงของท่านแอนดรูว์ “แจ๊คแอส” แจ๊คสัน บางทีเหตุนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ท่านได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่เจ็ดของสหรัฐในปี ค.ศ.1828 (เข้ารับตำแหน่งจริงๆ ในปี ค.ศ.1829) สัญลักษณ์ “ลา” จึงคล้ายๆ เครื่องหมายโชคดีของพรรคเดโมแครต (ศุภาศิริ สุพรรณเภสัช :มติชนรายวัน )
ลาและช้างในอเมริกา 4 พฤศจิกายน, 2008
สงครามห้องสมุด (Library War) 31 ตุลาคม, 2008

วันนี้นึกตรึ้มอยากดูการ์ตูน แต่พอหาไปหามาก็ไปเจอเรื้องนี้เค้า สงครา มห้องสมุด (Library War) พอสรุปได้ว่าเนื้อเรื่องเกิดขึ้นในปีเซย์กะที่ 31 เนื่องจากรัฐบาลต้องการกวาดล้าง เซ็นเซอร์สื่อแบบไม่เลือกหน้า ทำให้มีประชาชนบางส่วนรู้สึกอีดอัดที่ถูกแย่งชิงเสรีภาพไป ห้องสมุดจึงได้จัดตั้งกองกำลังห้องสมุด (คล้ายซุปเปอร์ฮีโร่ 5 สี) มาต่อสู้กับกองกำลังของรัฐบาล ใครมีความสามารถฟังภาษาญี่ปุ่นออกก็เชิญเลยครับ แต่ถ้าใครฟังไม่ออก (เหมือนผม) ก็ดูได้ (ถ้าอยากดู) อิอิ
แหล่งข้อมูลอื่น http://darkneon.exteen.com/20081023/entry , http://projectlib.wordpress.com/2008/07/03/library-war-toshokan-sensou/ . http://en.wikipedia.org/wiki/Toshokan_Sens%C5%8D , http://www.animenewsnetwork.com/news/2008-04-03/library-war-promo-movie-commercial-posted-online
กาโซป้า (GAZOPA) 13 ตุลาคม, 2008
วันนี้มี Search Engine ตัวใหม่มาแนะนำครับ มันคือ กาโซป้า หรือ GAZOPA http://www.gazopa.com/ โดยจุดเด่นของมันก็คือ เป็น Search Engine ที่ค้นหาสิ่งที่ต้องการบนอินเทอร์เน็ต ด้วยภาพและวิดีโอ สนใจลองเข้าไปเล่นดูเลยครับที่ http://www.gazopa.com/
Young Librarian : สร้างบรรณารักษ์รุ่นเยาว์ในโรงเรียน 1 ตุลาคม, 2008
บังเอิญไปเจอคลิปวีดีโอ ที่ดูแล้วรู้สึกดี เนื้อเรื่องเป็นการออกค่ายของ นักศึกษาบรรณารักษ์ ม.ธุรกิจบัณฑิต ในโรงเรียนชนบท ถ้าเจ้าของเรื่องเข้ามาพบ ผมขออนุญาตเผยแพร่หน่อยนะครับ และขอเป็นกำลังใจในการทำความดีต่อไป
ห้องสมุดสุดหรรษา 5 กันยายน, 2008
วันนี้เรามาคลายเครียดกันหน่อยนะครับกับความบันเทิงอย่างละครเรื่อง ห้องสมุดสุดหรรษา ละครเรื่องนี้จะฉายทางช่อง 7 ในช่วงละครบ่าย วันเสาร์ – 13.00 น. บทประพันธ์โดย ตรียูงทอง บทโทรทัศน์โดย ตรียูงทอง กำกับการแสดงโดย ปัญญา ชุมฤทธิ์ ผมว่าเพื่อนๆ บรรณารักษ์คงติดกันงอมแงมแน่ๆ โดยเฉพาะถ้ามีขวัญใจของผมอย่างน้องแตงโมด้วย

เรื่องย่อ
ชีวิตสุดหรรษาของสาวน้อย ฝุ่น(แตงโม-ภัทรธิดา) ผู้กำพร้าพ่อตั้งแต่เด็ก เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและใฝ่ฝันที่จะเปิดร้านหนังสือ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้อ่านหนังสือ ฝุ่นเป็นลูกสาวคนเดียวของแม่ไฝ(กุ้ง-วิภาวี) เจ้าแม่สำนักทรงเจ้า ฝุ่นไม่ชอบที่แม่ทำอาชีพนี้ทำให้ฝุ่นมีเรื่องทะเลาะกับแม่อยู่บ่อยๆ ฝุ่นพยายามทั้งเรียนละทำงานหนักเพื่อเก็บเงินเปิดร้านหนังสือ ฝุ่นมี นัท(บิ๊ก-ศรุต) เป็นชายหนุ่มรู้ใจ ฝุ่นเอาเงินเก็บทั้งหมดไปเซ้งร้านต่อจากเฮียเม้ง โดยไม่รู้ว่าร้านเฮียเม้งเป็นหนี้อยู่ท่วมหัว ในที่สุดฝุ่นก็ได้เปิดร้านหนังสือ บุ๊คการ์เด้น โดยมี จู้(อัครพงศ์) เป็นสมุนช่วยงานที่ร้าน ฝุ่นมีคู่ปรับคนสำคัญคือ โอ๊ค(อู-ภาณุ) ซึ่งมักดูถูกฝุ่นว่าไม่สามารถพัฒนาร้านหนังสือให้เจริญได้ ฝุ่นเปิดร้านได้อาทิตย์เดียวหนี้สินที่ค้างชำระก็ทำให้ฝุ่นปวดหัว ฝุ่นเปิดร้านได้สามวันมีลูกค้าหนึ่งคน ฝุ่นไปกู้เงินนายเก๋ง(เอ-ปัญญาพล) ดอกโหดแต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น สุดท้ายฝุ่นจึงตัดสินใจละทิ้งความคิดเดิมๆ เธอเปลี่ยนร้านหนังสือที่กำลังจะเจ๊ง ให้เป็นห้องสมุดชุมชนแทน
เรื่องราววุ่นๆของห้องสมุดสุดหรรษาจึงเริ่มขึ้น เมื่อเก๋งเจ้าพ่อเงินกู้ตกหลุมรักฝุ่น นิรันดร์(เกริก ชิลเลอร์) เจ้าของร้านกาแฟก็มาเสนอเปิดมุมกาแฟ ตามด้วยคุณตุ๊ก(ท๊อป-ดารณีนุช) ที่เข้ามาเสนอขายของมากมาย ต่อด้วยลุงเกริก(ตุ่ม-ชลิต) ที่เข้ามาเปิดโต๊ะดูดวง ส่วนนัทกับนุ่น(เปิ้ล-ภารดี) สองพี่น้องก็เสนอให้มีมุมอินเตอร์เนท ด้วยเหตุนี้เองทำให้ฝุ่นมีศัตรูคนสำคัญ คือเจ้หงส์(จิ๊ก-เนาวรัตน์) และสุดท้ายคนที่ทำให้หัวใจของฝุ่นหวั่นไหวกลับเป็น มาร์ค(มาร์คุซ) พิธีกรหนุ่มรูปหล่อเพื่อนสมัยเรียน ปัญหาเรื่องห้องสมุด และปัญหาเรื่องหัวใจ ทำให้ฝุ่นต้องพยายามหาทางออก
แต่ฝุ่นจะสามารถทำให้ทุกคนในชุมชน หันมาสนใจอ่านหนังสือได้หรือไม่ คงต้องติดตามชมในละครซิคคอม “ห้องสมุดสุดหรรษา”
เรื่องย่อละคร “ห้องสมุดสุดหรรษา”
ตอนที่ 1 “บรรณารักษ์คนใหม่” ออกอากาศวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2551 เวลา 13.00น.
เรื่องราววุ่นๆ เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ฝุ่น(แตงโม-ภัทรธิดา)ฝันว่าได้เป็นนักเขียนชื่อดัง แต่พอตื่นมาก็พบว่าตัวเองเป็นแค่ลูกสาวเจ้าแม่ไฝ(กุ้ง-วิภาวี)คนทรงเจ้า ฝุ่นจึงชวนนัท(บิ๊ก-ศรุต)แฟนหนุ่มไปขอเซ้งร้านเก่าของเฮียเม้งเพื่อจะทำเป็นร้านหนังสือ แต่ก็โดนโอ๊ค(อู-ภาณุ)เพื่อนสมัยเรียนแช่งให้เจ๊งทุกวัน แถมยังมีเจ๊หงส์(จิ๊ก-เนาวรัตน์)เจ้าของร้านอาหารเป็นคู่แข่งอีกคน และดูเหมือนฟ้าจะเป็นใจเพราะไม่มีลูกค้าเข้าร้านสักคน ทำให้ฝุ่นเปลี่ยนใจเปิดเป็นห้องสมุดชุมชนแทน … อ่านต่อที่ CH7
ข้อมูลจาก : www.ch7.com
คุณรู้จัก “สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้” รึป่าว! 1 กันยายน, 2008
ในอดีตถ้าเราจะกล่าวถึงหน่ายงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการอ่านการใช้ห้องสมุด ก็คงจะไม่พ้นหอสมุดแห่งชาติ ที่สังกัดกรมศิลปากร (ซะงั้น) แต่ปัจจุบันมีหน่วยหนึ่งที่มีลักษณะองค์การมหาชนที่เข้ามาดูแลในเรื่องนี้ด้วย คือ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ แล้วหน่วยงานนี้คืออะไร
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ สบร. (Office of Knowledge Management and Development : OKMD) เป็นองค์การมหาชนในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสเรียนรู้และเสริมสร้างพัฒนาความสามารถของตน อย่างเท่าเทียมกัน สามารถนำไปประกอบอาชีพ และเพิ่มคุณค่าชีวิตของตนเองและสังคมได้
มีหน่วยงานในสังกัด 7 หน่วยงาน ได้แก่
สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือ สอร. (Thai Knowledge Park : TK Park)
สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้และสร้างสรร หรือ สรส. (Institute of Discovery & Creative Learning : IDCL) แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
สำนักงานศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ สคบ. (Thailand Creative & Design Center : TCDC)
สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ หรือ สพร. (National Discovery Museum Institute : NDMI)
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย หรือ ศลชท. (Thailand Center of Excellence for Life Science : TECLS)
สำนักงานศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ หรือ สมพช. (National Center for the Gifted and Talented : NGT)
สถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ หรือ สสอน. (Institute for Gifted and Innovative Learning : IGIL) แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ หรือ สวร. (National Institute for Brain-based Learning : NBL)
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม หรือ ศูนย์คุณธรรม (Center for the Promotion of National Strength on Moral Ethics and Values : Moral Center)
(ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)
ร่วมด้วยช่วยกัน 17 สิงหาคม, 2008

ถึงพี่ๆ น้องๆ และเพื่อนยานุเพื่อนทุกคน (สาธุ) ตั้งแต่แรกที่คิดจะทำบล็อกนี้ก็เพื่อจะให้เป็นที่รวบรวมข้อมูลแรกเปลี่ยนความรู้สำหรับชาวทักษิณและบรรณารักษ์ทุกคนทั่วโลก(โอเวอร์ไปนิด) ดังนั้นใครที่มีบทความที่อยากลง ขอให้ช่วยส่งกันมาเลยครับมากๆ ยิ่งดีแล้วผมจะทำเครดิตให้ ช่วยๆกันนะครับ
ดิจิตอล แมกกาซีน 8 กุมภาพันธ์, 2008
คู่แข่งของห้องสมุดมาอีกแล้วครับ กับบริการ ดิจิตอล แมกกาซีน ของบริษัทแห่งหนึ่ง หรือผมอาจจะคิดไปเอง ที่จริงน่าจะเป็นทางเลือกในการบริการของห้องสมุดมากกว่า กลับมาที่ ดิจิตอล แมกกาซีน ที่ว่านี้ก่อนครับ ดิจิตอล แมกกาซีน นี้มี 2 ชื่อจากบริษัทเดียวกัน ชื่อแรก คือ
-
Display Egazine ดิจิตอล แมกกาซีน ที่รวบรวมเนื้อหาครอบคลุมทางด้านงานศิลปะ ออกแบบ และงานดีไซน์ ร่วมสมัย ทั้งงานออกแบบสิ่งพิมพ์ กราฟฟิกดีไซน์ครีเอทีฟงานโฆษณา ภาพถ่าย มัลติมีเดีย นิวมีเดีย ภาพประกอบ แฟชั่นดีไซน์ ออกทุกวันที่ 1 ของทุกๆเดือน ออกมาแล้ว 10 ฉบับ
-
Street Egazine ดิจิตอล แมกกาซีน ที่รวบรวมเนื้อหาครอบคลุมเรื่องราวที่เกาะติดเทรนด์ และรูปแบบของการใช้ชีวิตของวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน ออกทุกวันที่ 15 เดือนของทุกๆเดือน ออกมาแล้ว ฉบับที่ 0 – 4
จากรูปแบบที่สวยงาม น่าใช้ กราฟิกดี ใช้งานง่าย จากการ DownLoad มาไว้ในเครื่อง โดยที่ใช้เวลาไม่นานมากนักต่อเล่ม แต่ที่สำคัญคือ ฟรี FREE FREE ครับพี่น้อง อิอิถูกใจมาก
สนใจเข้าไปดูได้ครับที่ http://www.thaiegazine.com/new/index.php
หรือเพื่อนๆ มีเล่มอื่นที่หน้าสนใจช่วยเอามาแชย์กันหน่อยนะครับ
ห้องสมุดแห่งซีแอ๊ทเทิล 7 กุมภาพันธ์, 2008
เพิ่งดูรายการ Beyond tomorrow มาหมาดๆ เค้าพูดถึง”ห้องสมุดแห่งซีแอ๊ทเทิล“หรือ”Seattle Public Library” นั้นแหละ ที่จริงเคยรู้ข่าวคราวของห้องสมุดนี้มาบ้างแล้วว่าเป็นห้องสมุดที่นำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น RFID ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ มาใช้เป็นที่แรกๆ แต่ที่เด่นคือ ระบบอาคารอัจฉริยะที่มีลักษณะคล้ายลานจอดรถ บนห้างซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องเดินขึ้นลงแต่ละชั้นของห้อง แต่จะเดินวนขึ้นไปเรื่อยๆ และระบบคืนหนังสือที่มีความสะดวกยิ่งขึ้น (อาจนึกภาพไม่ออกดูรูปประกอบแล้วกันนะครับ) แต่ที่นึกอยากเขียนเรื่องนี้เพราะรู้สึกดีใจที่มีคนเห็นความสำคัญของห้องสมุดมากขึ้น เห็นด้วยหรือป่าวครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม : ดร.พร วิรุฬห์รักษ์ (๑)ดร.พร วิรุฬห์รักษ์ (๒)Seattle Public Library

Image courtesy OMA

Image courtesy OMA

Photo: arcspace

Photo: arcspace
ภาพจาก : http://blogs.walkerart.org/offcenter/2005/08/23/seattle-public-library/
Seattle Public Library Robotic RFID Book Sorting System
Seattle Public Library
ถ้าคุณแน่อย่าแพ้ป.4 6 กุมภาพันธ์, 2008
เมื่อวานดูรายการ”ถ้าคุณแน่อย่าแพ้ป.4″เจอคำถามที่เกี่ยวกับกระบวนการเทคโนโลยี ทึ่งครับเด็กป.4 เรียนกันอย่างนี้แล้วหรอ แต่ผมว่าก็ดีนะครับ
ภาพจาก : http://www.ipst.ac.th/techno_proj/HTML/7process.htm





















